PCOS ภัยเงียบใกล้ตัว ที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ ที่ส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีบุตรยาก หากไม่ได้รับการรักษา อาจตามมาด้วยโรคร้ายต่าง ๆ อีกมากมาย
PCOS คืออะไร
PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) หรือ ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ คือ ความผิดปกติของระบบฮอร์โมนในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ที่ส่งผลให้มีถุงน้ำเล็ก ๆ หลายใบในรังไข่ จนทำให้เกิดประจำเดือนมาไม่ปกติ มีปัญหาเรื่องสิว ขนดก และภาวะมีบุตรยาก ฯลฯ
สาเหตุของโรค PCOS
โรค PCOS หรือ กลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบ ยังไม่มีสาเหตุแน่ชัดว่ามาจากอะไร แต่แพทย์เชื่อว่าโรค PCOS อาจเกิดจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกัน ทั้งด้านพันธุกรรม ฮอร์โมน และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ส่งผลให้ระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิงเสียสมดุล เกิดอาการประจำเดือนผิดปกติ ขนดก สิว และมีบุตรยาก
1. ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
ภาวะดื้อต่ออินซูลิน เป็นปัจจัยหลักที่พบในผู้หญิง PCOS ส่วนใหญ่ (มากกว่า 70%) เพราะถ้าหากอินซูลินสูงผิดปกติ จะเป็นการกระตุ้นรังไข่ให้สร้าง ฮอร์โมนเพศชาย (แอนโดรเจน) มากเกินไป ทำให้เกิดอาการ ขนดก สิว ไข่ไม่ตกสม่ำเสมอ และทำให้อ้วนลงพุง
2. พันธุกรรมและกรรมพันธุ์
หากคนในครอบครัว (แม่หรือพี่สาว) เป็น PCOS จะเพิ่มความเสี่ยงสูง โดยมีงานวิจัยพบว่า PCOS มีความเกี่ยวข้องกับยีนบางตัวที่ควบคุมการทำงานของรังไข่และระดับอินซูลิน
3. ความไม่สมดุลของฮอร์โมน
ความไม่สมดุลของฮอร์โมน คือ ฮอร์โมนเพศชาย (แอนโดรเจน) สูงกว่าปกติ ทำให้ไข่ไม่ตก ขนดก สิว ผมร่วง หรือ ฮอร์โมน LH (Luteinizing Hormone) สูงกว่าปกติ ทำให้กระตุ้นรังไข่มากเกินไป และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำ ทำให้ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
4. น้ำหนักเกิน หรือ โรคอ้วน
น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน อาจไม่ใช่สาเหตุโดยตรง แต่เป็นปัจจัยกระตุ้นทำให้ PCOS แย่ลง โดยเฉพาะไขมันหน้าท้อง จะเป็นการเพิ่มภาวะดื้อต่ออินซูลินและทำให้ฮอร์โมนแปรปรวนมากขึ้น ผู้หญิงที่เป็น PCOS แล้วอ้วน มักมีอาการชัดเจนกว่าคนผอม
5. ความเครียดเรื้อรัง หรือ การนอนหลับไม่เพียงพอ
ความเครียดเรื้อรัง หรือ การนอนหลับไม่เพียงพอ มีผลต่อฮอร์โมนคอร์ติซอล ทำให้รบกวนการทำงานของอินซูลินและรังไข่ เกิดเป็นประจำเดือนยิ่งผิดปกติและอาการของ PCOS รุนแรงขึ้น
อาการของโรค PCOS
โรค PCOS อาการส่วนใหญ่มักแสดงออกทางผิวพรรณ การมีประจำเดือน และระบบสืบพันธุ์ ซึ่งบางคนอาจมีเพียง 1-2 อาการ หรือมีครบหลายข้อก็ได้ ดังนี้
1. ประจำเดือนมาไม่ปกติ
ประจำเดือนมาช้า หายไปหลายเดือน หรือบางคนอาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอย เพราะร่างกายมีไข่ตกไม่สม่ำเสมอ หรือไข่ไม่ตกเลย
2. สิวขึ้นมากผิดปกติ
สิวขึ้นมากผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณคาง กราม หรือหลัง เป็นสิวอักเสบเรื้อรัง รักษายาก เพราะฮอร์โมนเพศชาย (แอนโดรเจน) สูงกว่าปกติ
3. ขนดกตามร่างกาย
ขนดกตามร่างกาย มีขนแข็งขึ้นบริเวณใบหน้า หนวด คาง หน้าท้อง หรือหลัง ลักษณะคล้ายผู้ชาย
4. ผมร่วง ผมบางแบบผู้ชาย
ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ หรือผมบางช่วงกลางศีรษะ เกิดจากฮอร์โมนแอนโดรเจนสูง
5. น้ำหนักขึ้นง่าย / อ้วนลงพุง
น้ำหนักขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ อ้วนบริเวณหน้าท้องหรือช่วงเอว เพราะร่างกายมีภาวะ ดื้อต่ออินซูลิน เก็บไขมันง่าย
6. ภาวะมีบุตรยาก ตั้งครรภ์ยาก
ภาวะมีบุตรยาก เพราะไข่ไม่ตกสม่ำเสมอ ทำให้ตั้งครรภ์ยาก บางคนอาจต้องกระตุ้นไข่ตกหรือใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์
7. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ง่วงบ่อย เพราะระดับน้ำตาลในเลือดแปรปรวน บางคนมีภาวะน้ำตาลตกหลังอาหาร
8. ถุงน้ำเล็ก ๆ หลายใบในรังไข่
ถุงน้ำเล็ก ๆ หลายใบในรังไข่ (พบจากอัลตราซาวด์) ถุงน้ำเหล่านี้ คือ ไข่ที่ไม่เจริญเต็มที่ ไม่ใช่เนื้องอกหรือซีสต์อันตราย พบในบางคนโดยไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย
อาการอื่น ๆ ที่อาจพบร่วมกับ PCOS
- ผิวหนังคล้ำบริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ ฯลฯ
- ภาวะซึมเศร้า หรืออารมณ์แปรปรวน
- นอนกรนหรือหลับไม่สนิท (บางรายมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ)
โรค PCOS อันตรายไหม
โรค PCOS แม้จะไม่ใช่โรคที่อันตรายถึงชีวิตทันที แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแลหรือรักษาอย่างถูกต้อง ก็สามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง และโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงในระยะยาวได้
1. ภาวะมีบุตรยาก
ภาวะมีบุตรยาก เนื่องจากไข่ไม่ตก หรือ ไข่ตกไม่สม่ำเสมอ บางรายต้องใช้การกระตุ้นไข่ หรือเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ หากไม่วางแผนครอบครัวแต่เนิ่น ๆ อาจตั้งครรภ์ได้ยากในอนาคต
2. อ้วนลงพุง และน้ำหนักขึ้นง่าย
PCOS เชื่อมโยงกับ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ร่างกายสะสมไขมันง่าย และน้ำหนักเกินเรื้อรัง เพิ่มความเสี่ยงโรคอื่น ๆ ตามมา
3. เสี่ยงเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2
ความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลินร่วมด้วย งานวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่เป็น PCOS มีโอกาสเป็นเบาหวานเพิ่มขึ้น 4-7 เท่า
4. เสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
เสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ไขมันในเลือดผิดปกติ (LDL สูง, HDL ต่ำ, ไตรกลีเซอไรด์สูง) ทำให้ความดันโลหิตสูง เพิ่มความเสี่ยง หลอดเลือดตีบ อัมพฤกษ์ อัมพาต ได้ในระยะยาว
5. เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ
เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ เพราะไม่มีประจำเดือนสม่ำเสมอ เยื่อบุโพรงมดลูกไม่หลุด เพิ่มความเสี่ยงเป็น มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มากยิ่งขึ้น ถ้าหากปล่อยไว้นาน
6. ผลกระทบทางจิตใจ
ผลกระทบทางจิตใจ เมื่อมีภาวะ PCOS คือ ขนดก สิว ผมร่วง กระทบต่อความมั่นใจจนเกิดเป็นความวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือเครียดเรื้อรัง บางรายมีปัญหาในชีวิตคู่หรือการมีเพศสัมพันธ์
PCOS ควบคุมได้
แม้โรคนี้จะไม่หายขาด แต่หากวางแผนดูแลสุขภาพให้ดี ก็สามารถใช้ชีวิตปกติได้ และสามารถตั้งครรภ์ได้ในหลายรายเมื่อได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
วิธีการรักษาโรค PCOS
โรค PCOS ไม่ใช่โรคที่หายขาดได้ในทันที เพราะเป็นความผิดปกติของฮอร์โมนที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญและรังไข่ แต่สามารถควบคุมอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากดูแลอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
1. ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต
การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เหมาะกับทุกกรณี โดยเฉพาะคนที่มีน้ำหนักเกิน หรือภาวะดื้อต่ออินซูลิน
วิธีการรักษาเบื้องต้น คือ ลดน้ำหนัก เพราะถ้าหากน้ำหนักเกิน และลดเพียง 5-10% ของน้ำหนักตัว จะสามารถช่วยให้ประจำเดือนกลับมาเป็นปกติ และไข่ตกดีขึ้น
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว, โยคะ, ว่ายน้ำ, HIIT 3–5 ครั้ง/สัปดาห์ ลดแป้งขัดสี น้ำตาล ของทอด เป็นการคุมอินซูลินและฮอร์โมนได้ดีขึ้น รวมไปถึงการกินโปรตีนดี และไฟเบอร์สูง เช่น ปลา ไข่ ผัก ธัญพืชไม่ขัดสี ฯลฯ
2. การรักษาด้วยยา (ตามอาการ)
ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม
- ช่วยปรับฮอร์โมน ให้ประจำเดือนมาปกติ
- ลดสิว ขนดก และป้องกันเยื่อบุโพรงมดลูกหนาผิดปกติ
- ไม่เหมาะกับคนที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์
ยา Metformin (ยาลดอินซูลิน)
- ใช้ในผู้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน น้ำหนักเกิน หรือเสี่ยงเบาหวาน
- ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด ส่งผลให้รอบเดือนสม่ำเสมอมากขึ้น
- อาจใช้ร่วมกับการลดน้ำหนักเพื่อผลที่ชัดเจน
ยากระตุ้นไข่ตก
- เช่น Clomiphene หรือ Letrozole
- สำหรับผู้หญิงที่ต้องการมีบุตร แต่มีปัญหาไข่ไม่ตก
- ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง
ยารักษาสิว/ขนดกเฉพาะทาง
- เช่น Spironolactone (ยาต้านแอนโดรเจน)
- ช่วยลดขนดกและสิวที่เกิดจากฮอร์โมน
3. เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (กรณีอยากมีลูกแล้วรักษาด้วยยาไม่สำเร็จ)
- การฉีดฮอร์โมนกระตุ้นไข่
- การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF)
- การผ่าตัดเจาะรังไข่ (Ovarian Drilling) ใช้ในบางกรณีเพื่อกระตุ้นไข่ตก
การติดตามผลและดูแลระยะยาว
- ตรวจ น้ำตาลในเลือด, อินซูลิน, ไขมันในเลือด เป็นระยะ
- พบแพทย์สูตินรีแพทย์อย่างต่อเนื่อง หากใช้ยาควบคุมอาการ
- หากวางแผนตั้งครรภ์ในอนาคต แจ้งแพทย์เพื่อวางแผนล่วงหน้า
เป้าหมายของการรักษา PCOS
- ปรับสมดุลฮอร์โมนเพศ
- กระตุ้นการตกไข่ (ในคนที่อยากมีบุตร)
- ควบคุมน้ำหนักและลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน
- ป้องกันเบาหวาน ความดัน ไขมันสูง และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
โรค PCOS รักษาหายขาดไหม
โรค PCOS ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการให้อยู่ในภาวะปกติ หากดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
เหตุผลที่ PCOS รักษาไม่หายขาด เพราะ ความผิดปกติของระบบฮอร์โมน และ ระบบเมตาบอลิซึมของร่างกาย โดยปัจจัยหลักคือ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และ ฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าปกติในผู้หญิง ถึงแม้จะรักษาอาการได้ดีในช่วงหนึ่ง แต่ถ้ากลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม อาการอาจกลับมาอีก
สรุป PCOS คืออะไร มีวิธีการป้องกันอย่างไร
PCOS คือ ความผิดปกติของระบบฮอร์โมนในผู้หญิง ทำให้เกิดความเสี่ยงของภาวะต่าง ๆ ตามมาได้ เช่น มีบุตรยาก ประจำเดือนมาไม่ปกติ สิวขึ้นเยอะมากกว่าปกติ ผมร่วง น้ำหนักขึ้นง่าย รวมไปถึง โรคอ้วน หากผู้ใดที่มี BMI 23 ขึ้นไป อาจจะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อเช็คว่าตนเองนั้นอยู่ในภาวะ PCOS ด้วยหรือไม่
ซึ่งวิธีป้องกันตนเอง ให้ห่างไกลจาก PCOS สามารถเริ่มต้นได้ด้วยการ ลดน้ำหนัก ลดหวาน ลดแป้ง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และไม่เครียด ฯลฯ
รัตตินันท์ คลินิก ให้บริการด้านความงามและการรักษา โดยทีมแพทย์เฉพาะทางระดับอาจารย์หลากหลายสาขา ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีความปลอดภัยสูงและเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ได้รับรองมาตรฐานจาก AACI สหรัฐอเมริกา ด้านศูนย์ศัลยกรรมผู้ป่วยนอกแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก 2 ปีซ้อน รวมถึงรางวัลจาก WhatClinic ด้านบริการลูกค้ายอดเยี่ยมระดับสากล เป็นปีที่4 จากลูกค้ากว่า 30 ประเทศทั่วโลก ที่ให้ความไว้วางใจและใช้บริการอย่างต่อเนื่อง