มวลกล้ามเนื้อ (Muscle Mass) คืออะไร?
มวลกล้ามเนื้อ คือ ปริมาณเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ ที่มีอยู่ในร่างกายเรา ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น กล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อขา กล้ามเนื้อหน้าท้อง กล้ามเนื้อหัวใจ และกล้ามเนื้อในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย
โดยทั่วไป เรามักพูดถึง กล้ามเนื้อโครงร่าง (Skeletal Muscle) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ช่วยให้ร่างกายขยับ เคลื่อนไหว และเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น
มวลกล้ามเนื้อ มีความสำคัญอย่างไรต่อร่างกาย?
มวลกล้ามเนื้อไม่ได้มีดีแค่ทำให้ รูปร่างดูกระชับ เท่านั้น แต่ยังมี บทบาทสำคัญต่อสุขภาพร่างกายในหลาย ๆ ด้าน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
- ช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงาน (Boost Metabolism)
- เพิ่มความแข็งแรงและทนทานให้ร่างกาย (Strength & Endurance)
- ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกและโรคกระดูกพรุน (Protect Bone Health)
- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด (Blood Sugar Control)
- ช่วยควบคุมน้ำหนักและลดไขมันหน้าท้อง (Fat & Weight Management)
- ช่วยปรับบุคลิกภาพให้ดีขึ้น (Posture & Appearance)
- ช่วยลดความเครียดและเพิ่มพลังงานชีวิต (Stress Relief & Energy)
- ลดการเสื่อมถอยของร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น (Prevent Sarcopenia)
มวลกล้ามเนื้อควรมีเท่าไร จึงจะดีต่อสุขภาพ?
ปริมาณ มวลกล้ามเนื้อ (Muscle Mass) ที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตาม เพศ อายุ และระดับกิจกรรมของแต่ละคน แต่โดยทั่วไปแล้ว ค่ามวลกล้ามเนื้อที่ดีต่อสุขภาพ จะดูจาก เปอร์เซ็นต์ของมวลกล้ามเนื้อเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว หรือที่เรียกว่า Skeletal Muscle Mass (SMM)
ค่ามวลกล้ามเนื้อ (Skeletal Muscle Mass) โดยเฉลี่ย
ผู้ชาย (หน่วย: กิโลกรัม)
ส่วนสูง | ค่ากล้ามเนื้อที่ควรมี |
160 ซม. | 24-28 กก. |
170 ซม. | 26-30 กก. |
180 ซม. | 28-34 กก. |
ผู้หญิง (หน่วย: กิโลกรัม)
ส่วนสูง | ค่ากล้ามเนื้อที่ควรมี |
150 ซม. | 16-20 กก. |
160 ซม. | 18-22 กก. |
170 ซม. | 20-25 กก. |
วิธีเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
ถ้าอยากเพิ่ม มวลกล้ามเนื้อ ให้แข็งแรงและเพิ่มระบบเผาผลาญไขมัน ต้องมี 3 ปัจจัยสำคัญ คือ
1. เวทเทรนนิ่ง (Weight Training)
- ฝึกกล้ามเนื้อใหญ่เป็นหลัก เช่น
Squat → ขาและสะโพก
Deadlift → หลังและขา
Bench Press → อกและแขน
Pull-Up / Row → หลังและแขน - น้ำหนักที่ยกควรหนักพอสมควร (ประมาณ 60-80% ของน้ำหนักที่ยกได้สูงสุด 1 ครั้ง) ฝึก 3-4 วันต่อสัปดาห์ เพิ่มน้ำหนักทีละน้อย (Progressive Overload) เพื่อให้กล้ามเนื้อโตต่อเนื่อง
2. รับประทานโปรตีน
- โปรตีนถือว่าเป็นอาหารที่สำคัญ เพราะช่วยซ่อมแซมและสร้างใยกล้ามเนื้อใหม่
- ปริมาณโปรตีนที่แนะนำ : คนทั่วไปที่อยากสร้างกล้ามเนื้อ 1.6 – 2.2 กรัม/กก./วัน
เช่น หนัก 60 กก. ควรกินโปรตีน ประมาณ 100-130 กรัม/วัน - แหล่งโปรตีนที่ดี เช่น ไข่ขาว อกไก่ ปลา กรีกโยเกิร์ต เวย์โปรตีน (ถ้าทานไม่ถึงจากอาหารปกติ) ถั่ว ธัญพืช เต้าหู้ ซึ่งควรกระจายกินโปรตีนทุกมื้อ ไม่ใช่แค่กินทีเดียว
3. กินแคลอรีให้เกิน (Calorie Surplus)
- ถ้าอยากให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น ร่างกายต้องมี พลังงานเหลือพอสำหรับซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อ
- กิน มากกว่าที่เผาผลาญ 300-500 แคล/วัน
- เลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง มันม่วง คีนัว และไขมันดี เช่น อะโวคาโด น้ำมันมะกอก
หากมวลกล้ามเนื้อต่ำไป จะเกิดอะไรขึ้น?
- เผาผลาญต่ำ เสี่ยงอ้วนลงพุง
- น้ำหนักลดยาก
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดเมื่อยง่าย
- เสี่ยงกระดูกพรุน หรือ ข้อเสื่อมในระยะยาว
- ภูมิคุ้มกันลดลง สุขภาพโดยรวมแย่ลง
สรุป มวลกล้ามเนื้อ คืออะไร ควรมีกี่ %
มวลกล้ามเนื้อ ถือเป็นกุญแจสำคัญ ในการควบคุมน้ำหนัก เพราะจะช่วยลดไขมันในส่วนของพุง เพิ่มความแข็งแรง ชะลอความแก่ และป้องกันโรคในอนาคตได้ แต่ถ้าหากการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อเป็นอีกหนึ่งปัจจัยให้การดำเนินชีวิตไม่สะดวก แต่อยากลดไขมันหน้าท้อง สามารถเลือก ดูดไขมันหน้าท้อง เป็นการดูดไขมันเฉพาะส่วนที่รัตตินันท์ คลินิก
รัตตินันท์ คลินิก ให้บริการด้านความงามและการรักษา โดยทีมแพทย์เฉพาะทางระดับอาจารย์หลากหลายสาขา ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีความปลอดภัยสูงและเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ได้รับรองมาตรฐานจาก AACI สหรัฐอเมริกา ด้านศูนย์ศัลยกรรมผู้ป่วยนอกแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก 2 ปีซ้อน รวมถึงรางวัลจาก WhatClinic ด้านบริการลูกค้ายอดเยี่ยมระดับสากล เป็นปีที่4 จากลูกค้ากว่า 30 ประเทศทั่วโลก ที่ให้ความไว้วางใจและใช้บริการอย่างต่อเนื่อง